แลกเปลี่ยนในเวที ประชุม คสข. จังหวัดแม่ฮ่องสอน
วันที่ 22 ธันวาคม 2546
ณ โรงเรียนวิทยาคาร อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน

          คุณมงคล พนมมิตร ที่ปรึกษาโครงการวิจัยชีวิตสาธารณะฯ ได้ทบทวนการก่อเกิด คสข. จังหวัดแม่ฮ่องสอน การดำเนินงานจากจุดเริ่ม จนถึงปัจจุบัน โดยเทียบเคียง กับการทำงานภาครัฐ ที่มุ่งเน้นด้านเศรษฐกิจ โดยมีนโยบายแก้ปัญหาความยากจน เพิ่มรายได้ และประชานิยม ว่า คสข. น่าจะมีบทบาทอย่างไร ที่จะสามารถนำ ความรู้ ที่เกิดจากการทำงาน มา ร่วม 3 ปี ไปเสนอต่อ ผู้ว่า CEO เพื่อให้ยุทธศาสตร์ภาคประชาชน ปรากฏในยุทธศาสตร์ ผู้ว่า CEO หรือให้ภาครัฐ ใช้ ฐานความรู้ ฐานคน ที่ถูกสร้างมาโดย คสข. เพื่อให้เกิดการยอมรับ การทำงานของคสข.มากขึ้น
          การก่อเกิด การทำงานภาคประชาสังคม จ.แม่ฮ่องสอน เริ่มต้นจริง ๆ ในปี 2540 ที่องค์กรพัฒนาเอกชน องค์กรชาวบ้าน และภาครัฐ โดยการสนับสนุนของ ปปส. สปรส. โครงการพัฒนาที่สูงไทยเยอรมัน ได้ร่วมกันขับเคลื่อน ในประเด็นต่าง ๆ เช่น ยาเสพติด วัฒนธรรม ชาติพันธุ์ การท่องเที่ยว ซึ่งเป็นประเด็นที่เชื่อมกับปัญหาของจังหวัดในขณะนั้น จนเกิดกลุ่มองค์กร ทั้งองค์กรชาวบ้าน องค์กรพี่เลี้ยง เช่น เครือข่ายนักพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ จ.แม่ฮ่องสอน (2540-2545) เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนงาน
          ในปี 2541-44 มีองค์กรกึ่งรัฐ เข้ามาสนับสนุนการทำงาน เช่น กองทุนชุมชน (2541-45) พอช (2544-ปัจจุบัน) สกว. (2542-ปัจจุบัน) สสส และ สศช. (ปี 2544-ปัจจุบัน) รวมถึงองค์กรภาครัฐ ที่มีนโยบายสร้างประชาคมทุกระดับ และความพยายามที่จะให้การทำงานทุกส่วนรวมกันเป็น "ประชารัฐ" ในช่วง 4 ปีนี้มีการหนุนเสริมองค์กรชาวบ้านอย่างเข้มข้น เกิดเครือข่ายต่าง ๆ ขึ้นมาเป็นจำนวนมาก จนปลายปี 2544 (22-23 ธค.44) กลุ่มคนเหล่านี้จึงจัดเวทีถอดบทเรียนการทำงานของทุกองค์กรข้างต้น และมีมติให้รวมกันเป็นองค์กรเดียว (ที่ไม่ใช่ประชารัฐ) เรียกตัวเองว่า "เครือข่ายคณะทำงานเสริมสร้างความเข้มแข็งแก่องค์กรชุมชน จ.แม่ฮ่องสอน" (คสข.แม่ฮ่องสอน) โดยมีคณะทำงานแรกตั้งจำนวน 45 คน ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นผู้ออกคำสั่งแต่งตั้ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การทำงานของเครือข่ายมีเอกภาพ ไม่ซ้ำซ้อน ให้เกิดการบูรณาการโครงการ และมีเป้าหมายยุทธศาสตร์ของตัวเอง คืออยู่ดีกินหวาน "ความสุข"
จากปี 2545-ปัจจุบัน การดำเนินงานของ คสข. หากมองในเชิงเปรียบเทียบกับจังหวัดอื่น ๆ แล้ว นับว่า ประสบผลสำเร็จระดับหนึ่ง ในแง่ที่มีคนเข้ามาร่วมกับเครือข่ายเพิ่มมากขึ้น มีพัฒนาการการจัดการเครือข่ายตลอดมา มีการเรียนรู้ร่วมกัน โดยปรับโครงสร้าง กระจายอำนาจเป็น เขต 3 เขต (เหนือ - กลาง - ใต้) และเป็นอำเภอในที่สุด ซึ่งพบว่าการจัดการใด ๆ หากทำในระดับอำเภอ จะเป็นขนาดที่พอจะจัดการได้ดี ในระหว่างนี้ แหล่งทุนหลายแห่งมองว่า คสข. มีความเข้มแข็ง เช่น LDI สปสช. สปยช. จึงมักเลือกจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นจังหวัดนำร่อง ที่จะสนับสนุนผ่านโครงการต่าง ๆ เช่น โครงการวิจัยชีวิตสาธารณะฯ การจัดทำแผนแม่บทชุมชน โครงการเชื่อมประสานการพัฒนาฯ เป็นต้น
          ปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ก็คือ เครือข่ายทุกระดับ มุ่งมั่นกับการทำงานตามกิจกรรมของโครงการต่าง ๆ ให้บรรลุวัตถุประสงค์โครงการ เป็นสำคัญ (ซึ่งมองว่า หนักมากอยู่แล้ว และยังไม่สัมฤทธิ์ผลในเชิงคุณภาพงานเท่าที่ควร) กิจกรรมที่ทำมีมาก เช่น การพัฒนาแกนนำ งานข้อมูล งานวิจัย จัดทำแผนชุมชน งานมหกรรม งานขับเคลื่อนเชิงประเด็น งานเครือข่าย ทำให้เกิดคนทำงานที่หลากหลายขึ้น ที่มาจากฐานล่าง แต่คนที่เป็นพี่เลี้ยงในระยะแรกกลับเริ่มถอยออกไป
          ขณะเดียวกัน ภาครัฐ ก็มีพัฒนาการของงานที่ทำคู่ขนานกันไป นโยบายระดับชาติให้ความสำคัญกับคนฐานล่างมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุค "คิดใหม่ ทำใหม่" ที่มีนโยบายเน้น "ประชานิยม" ไม่ว่าจะเป็น 30บาทรักษาทุกโรค OTOP โครงการเอื้ออาทร แก้ปัญหาความยากจน ฯลฯ และล่าสุด ปี 2546 ได้เร่งนโยบายผู้ว่า CEO โดยมียุทธศาสตร์ระดับชาติ กลุ่มจังหวัด จังหวัด อำเภอ คาดว่าในการปฏิบัติ อำเภอ จะเป็นระดับที่ต้องทำงานจริง ๆ ดังนั้น คสข. อำเภอต่าง ๆ พร้อมหรือยังสำหรับการรองรับ เรื่องนี้ โดย ใช้ยุทธศาสตร์แบบ Win-Win คือ เอื้อประโยชน์กันและกันระหว่างภาครัฐ กับเป้าหมายของภาคประชาสังคม โดยเราเข้าไปทำงานร่วมอย่างมีศักดิ์ศรี ไม่ใช่เหยื่อ หรือเป็นเครื่องมือ ของใคร
ดังนั้นในปี 2547 คสข.จะต้องทบทวนตนเอง ให้ชัดเจน ถึง สถานะ บทบาท ภารกิจ เป้าหมาย ยุทธศาสตร์ และแผนงาน ที่เคยทำมา และก้าวย่างต่อไป เพื่อจะได้เป็นตัวจักรสำคัญของท้องถิ่น สามารถสร้างความน่าเชื่อถือในสังคม (Social Credit) โดยดูว่าการทำงานที่ผ่านมาร่วม 3 ปีนั้น เกิดผลต่อชุมชนอย่างไร องค์กรชาวบ้านเข้มแข็งขึ้นมากน้อยเพียงใด ภาคประชาสังคมเข้มแข็งอย่างไร ได้เรียนรู้อะไร องค์ความที่เกิดขึ้นมีอะไรบ้าง สามารถนำไปใช้ประโยชน์ เผยแพร่ และสื่อสารสาธารณะได้เพียงใด หรือนำความรู้ที่ได้จากการเรียนรู้กลับไปพัฒนาศักยภาพ คสข.ได้อย่างไร และที่สำคัญจะสามารถ นำความรู้ และผู้รู้ ที่เกิดขึ้น ไปร่วมทำงานกับผู้ว่า CEO ได้อย่างไร เพื่อขจัดจุดติดขัดสำคัญของเครือข่าย คือการยอมรับของส่วนราชการ ให้ได้

 


     
ทบทวนเกี่ยวกับวิวัฒนาการ/ เป้าหมาย/ ผลที่เกิดขึ้น ของ คสข.แม่ฮ่องสอน