| 1.3 ทบทวนยุทธศาสตร์/ แผนงาน/ กระแสสังคม
อาจกล่าวได้ว่า ประเด็นยุทธศาสตร์/ แผนงาน/ กระแสสังคมสำหรับเกษตรกรรมยั่งยืน ไม่มีปัญหา เพราะหากมองในยุทธศาสตร์ ชาติ (แผนฯ ชาติ ) ยุทธศาสตร์จังหวัด อำเภอ ล้วนตอบรับแนวคิดเกษตรกรรมยั่งยืน เศรษฐกิจพอเพียง อีกทั้งยังมีนโยบายเรื่องอาหารปลอดภัย ครัวไทยสู่ครัวโลก ก็เป็นสิ่งที่ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญยิ่ง
ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดยังได้มีการจัดทำยุทธศาสตร์เชิงรุก ด้านเกษตรกรรมยั่งยืน โดย มีเวที 4 ครั้ง แบ่งเป็น โซนต่าง ๆ (เหนือ กลาง ใต้) ที่ครอบคลุมการเข้ามามีส่วนร่วมของคนทุกคน จนเกิดยุทธศาสตร์ร่วม ดังภาพด้านบน
ยุทธศาสตร์ดังกล่าวมาจากการวิเคราะห์ร่วม ระหว่างรัฐ กับ เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกจังหวัดแม่ฮ่องสอน แต่ในทางปฎิบัตินั้นอาจจะยังไม่สามารถแปลงยุทธศาสตร์สู่การปฏิบัติได้มากนัก เพราะจะติดปัญหาด้านการจัดการภาครัฐ เพราะโครงการส่วนใหญ่จะเร่งดำเนินการ กระบวนการมีส่วนร่วมของชาวบ้านอาจถูกละเลยไป
1.4 การดำเนินงานที่ผ่านมา
การดำเนินกิจกรรม/ งาน ที่เกี่ยวเนื่องกับการขับเคลื่อนประเด็น “เกษตรกรรมยั่งยืน” ทั้งในด้านงานวิจัย และพัฒนา ระหว่างปี 2543 - 2547 ประกอบด้วย 3 ส่วนด้วยกัน คือ
ส่วนที่ 1 ด้านแนวทางการขับเคลื่อนของภาคประชาสังคมผ่านเวทีใหญ่ๆ 8 เวที ได้แก่
- เวที “สร้างสรรปัญญา เพื่อพัฒนาแม่ฮ่องสอน” เมื่อ วันที่ 20 ก.ค. 2543 จัดโดยประชาคมแม่ฮ่องสอน ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยภาค (สกว.ภาค) มีประเด็นการพูดคุยถึงแนวทางการพัฒนาสู่เกษตรยั่งยืนในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในเรื่องต่าง ๆ เช่น การวิเคราะห์ปัญหาเกษตรแผนใหม่ เงื่อนไขสู่ความสำเร็จที่ทำให้เกิดเกษตรยั่งยืน เทคนิค/วิธีการ และทางเลือกที่เหมาะสม เป็นต้น
- งานมหกรรมชุมชนเข้มแข็งจังหวัดแม่ฮ่องสอน เมื่อวันที่ 15-17 พ.ค. 2544 จัดโดยเครือข่ายเสริมสร้างความเข้มแข็งองค์กรชุมชนจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยมีการพูดคุยถึงประเด็นเกษตรยังยืนในเรื่อง สถานการณ์ด้านการเกษตรในอดีต-ปัจจุบัน และแนวทางการทำการเกษตรที่องค์กรชุมชนต้องการ
- เวที “แนวทางและยุทธศาสตร์การจัดการและการใช้ประโยชน์งานวิจัยในจังหวัดแม่ฮ่องสอน” เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 2545 จัดโดยศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นจังหวัดแม่ฮ่องสอน ร่วมกับ สกว. ในประเด็นเกษตรยั่งยืน เป็นการพูดคุยถึงแนวทางการผลักดัน/ ขับเคลื่อนแนวคิดเกษตรยั่งยืนไปสู่การปฏิบัติจริงของจังหวัดแม่ฮ่องสอนว่าจะทำได้อย่างไร
- เวทีวิชาการ “งานมหกรรมภูมิปัญญาท้องถิ่นจังหวัดแม่ฮ่องสอน ครั้งที่ 2” เมื่อ วันที่ 1-3 มี.ค. 2545 จัดโดยเครือข่ายคณะทำงานเสริมสร้างความเข้มแข็งองค์กรชุมชนจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีการระดมความคิดและมีข้อสรุปในประเด็นเกษตรยั่งยืนเช่น ประเมินสถานการณ์ ปัญหา และศักยภาพในการดำเนินงานที่ผ่านมาทั้งในระดับพื้นที่ และระดับกลุ่ม/ เครือข่าย/ จังหวัด ได้แนวทางในการดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหา การเคลื่อนต่อทั้งในด้านงานพัฒนาและงานวิจัย ทั้งในระดับจังหวัด และระดับอำเภอ และได้กลไกการเคลื่อนงานในแต่ละอำเภอ
- เวทีวิชาการ “งานมหกรรมสิ่งดีดี จังหวัดแม่ฮ่องสอน ครั้งที่ 3” เมื่อ วันที่ 24-26 พ.ย. 2545 จัดโดยเครือข่ายคณะทำงานเสริมสร้างความเข้มแข็งองค์กรชุมชนจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีการระดมความคิดและมีข้อสรุปในประเด็นเกษตรยั่งยืน เช่น แลกเปลี่ยนความก้าวหน้าการพัฒนางานเกษตรยั่งยืนของแต่ละอำเภอ วิเคราะห์ปัญหาการดำเนินงานที่ผ่านมาโดยภาพรวม และมีข้อเสนอเชิงยุทธศาสตร์เกษตรยั่งยืนแก่ผู้เกี่ยวข้อง
- เวทีวิชาการ “งานสืบสานประเพณีของดีแม่ฮ่องสอน ครั้งที่ 4” เมื่อ วันที่ 27-29 มค. 2547 จัดโดยเครือข่ายคณะทำงานเสริมสร้างความเข้มแข็งองค์กรชุมชนจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่อำเภอแม่ลาน้อย มีการระดมความคิดและมีข้อสรุปในประเด็นเกษตรยั่งยืน เช่น แลกเปลี่ยนความก้าวหน้าการพัฒนางานเกษตรยั่งยืนของแต่ละอำเภอทบทวนเป้าหมายและยุทธศาสตร์เกษตรยั่งยืน ทบทวนกลไกการจัดการ เงื่อนไข / ข้อจำกัดในการปรับเปลี่ยน วิเคราะห์ความต้องการปรับเปลี่ยนสู่เกษตรยั่งยืน จ.แม่ฮ่องสอน และกำหนดแผนงาน กิจกรรมดำเนินการ ในแต่ละด้าน
- เวทีสาธารณะเพื่อเชื่อมประสานการพัฒนา เรื่อง “การปรับเปลี่ยนสู่เกษตรกรรมยั่งยืน: การสร้างปัจจัยเอื้อ และกระบวนการส่งเสริมเกษตรกร” เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2547 มีผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วม 100 คน ทั้งนี้เพื่อให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง มีข้อมูล องค์ความรู้ต่าง ๆ ในการทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่อง “กระบวนการส่งเสริมเกษตรยั่งยืน” และข้อมูล “ ทุนเดิม” ที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็น องค์ความรู้ ผู้รู้ ชุมชนเกษตรยั่งยืน กลุ่ม และเครือข่าย ต่าง ๆ ที่กำลังดำเนินการอยู่ เพื่อให้สามารถเชื่อมประสานศักยภาพจากส่วนต่าง ๆ มาหนุนเสริมการทำงานซึ่งกันและกัน ให้เกิดพลังในการผลักดันให้แม่ฮ่องสอนสามารถผลิตอาหารที่ปลอดภัย และเพียงพอต่อการบริโภคในจังหวัดให้ได้
- การจัดทำยุทธศาสตร์เกษตรกรรมยั่งยืน จ.แม่ฮ่องสอน ระหว่างวันที่ 13-17 มิถุนายน 2547 โดยจัดร่วมกับเชิงบูรณาการ จำนวน 3 ครั้ง แบ่งเป็นกลุ่มอำเภอ 3 โซน (เหนือ กลาง ใต้ )ผลคือมียุทธศาสตร์เกษตรอินทรีย์ของจังหวัดที่เป็นยุทธศาสตร์เชิงรุก เพื่อรองรับกับนโยบายด้านเกษตรอินทรีย์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ส่วนที่ 2 ด้านงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นประเด็นเกษตรกรรมยั่งยืนในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งมีทั้งหมด 6โครงการและมีพื้นที่ดำเนินการอยู่ใน อ.ขุนยวม จำนวน 4 โครงการ อ.เมือง 1 โครงการ และในระดับจังหวัด อีก 1 โครงการ ได้แก่
- การใช้จุลินทรีย์ในท้องถิ่น (IMO) กับการยอมรับของเกษตรกร อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยมี อ.วัลลภ สุวรรณอาภา เป็นหัวหน้าโครงการ (2544 – 2546 สิ้นสุดโครงการ)
- รูปแบบการปรับเปลี่ยนระบบการผลิตสู่การลด ละ เลิกการใช้สารเคมีของชุมชน ตำบลเมืองปอน อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีคุณไพศาล ญาติศรี เป็นหัวหน้าโครงการ (2544 – 2546 สิ้นสุดโครงการ)
- การศึกษาทางเลือกที่เหมาะสมในการพัฒนาคุณภาพกระเทียม โดยไม่ใช้สารเคมีทางการเกษตรในกรณีบ้านแม่สุริน อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีคุณบุญสุข เตือนชวัลย์ เป็นหัวหน้าโครงการ (2545 – 2546 สิ้นสุดโครงการ)
- กระบวนการจัดทำหลักสูตรท้องถิ่นเกษตรอินทรีย์อย่างมีส่วนร่วมของชุมชน อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน มีคุณสังเวียน ดวงสุภา เป็นหัวหน้าโครงการ (กค. 2546-มค.48)
- การจัดการองค์ความรู้และการขยายผลการผลิตและการแปรรูปน้ำมันงาปลอดสารพิษสู่วิสาหกิจชุมชนพึ่งตนเอง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน โดยมีคุณสุดานี คำดี เป็นหัวหน้าโครงการ (สิงหาคม 2546 – 2547 สิ้นสุดโครงการ)
- การพัฒนาและเสริมสร้างกลไกการจัดการองค์ความรู้ในการขับเคลื่อนประเด็นเกษตรกรรมยั่งยืน เครือข่ายเกษตรกรรมยั่งยืน จ.แม่ฮ่องสอน (สิงหาคม 2546 2547 สิ้นสุดโครงการ )
ส่วนที่ 3 โครงการสังเคราะห์งานวิจัยเกษตรกรรมยั่งยืนภาคเหนือตอนบน (ได้รับการสนับสนุนจาก สกว. ภาค )โดยมีกิจกรรมในระดับจังหวัด (แม่ฮ่องสอน) ดังนี้
- ทบทวนทุนเดิมด้านเกษตรกรรมยั่งยืนจังหวัดแม่ฮ่องสอน
- จัดเวที ครั้งที่ 1 เพื่อเสนอผลการทบทวนทุนเดิมในพื้นที่ เสนอต่อผู้เกี่ยวข้อง เพื่อวิเคราะห์ข้อมูล สถานการณ์ ปัญหา ศักยภาพ ของพื้นที่ และกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนร่วมกัน ทั้งด้านงานวิจัยและพัฒนา จัดเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2545 ณ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ผู้เข้าร่วม 35 คน
- จัดเวที ครั้งที่ 2 “กลไกการจัดการและเชื่อมโยงเครือข่ายเกษตรกรรมยั่งยืน จ.แม่ฮ่องสอน” เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2546 ณ ศูนย์ส่งเสริมการศึกษาเพื่อการพัฒนา บ้านหนองป่าก่อ อ.ขุนยวม ผู้เข้าร่วม 26 คน
- จัดประชุมเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกจังหวัดแม่ฮ่องสอน ครั้งที่ 1/2546 ในวันที่ 21 มีนาคม 2546 ณ.บ้านปางหมู อ.เมือง
- จัดประชุมเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกจังหวัดแม่ฮ่องสอน ครั้งที่ 2/2546 ในวันที่ 10 - 11 พฤษภาคม 2546 ณ.ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล ต.แม่นาเติง อ.ปาย
- นำเสนอข้อมูล “สถานการณ์เกษตรกรรมยั่งยืน จ.แม่ฮ่องสอน” ต่อที่ประชุม คณะกรรมการบริหารโครงการส่งเสริมการผลิตเกษตรอินทรีย์และตลาดนัดสินค้าชุมชน จังหวัดแม่ฮ่องสอน” โดย นางสาวอรุณี เวียงแสง ที่ปรึกษาเครือข่าย
1.5 ปัญหาในการพัฒนา/ ส่งเสริมเกษตรยั่งยืน จ.แม่ฮ่องสอน
แม้ว่าทุกภาคส่วนจะสนับสนุนเกษตรกรรมยั่งยืน มาเป็นเวลานาน และแม่ฮ่องสอนก็มีสภาพที่เหมาะสมในการทำเกษตรกรรมยั่งยืน ในหลาย ๆ เรื่อง ดังได้กล่าวข้างต้น แต่การดำเนินงานด้านเกษตรกรรมยั่งยืน หากดูในเรื่องการปรับเปลี่ยนสู่ระบบเกษตรกรรมยั่งยืนของเกษตรกรอย่างเต็มรูปแบบยังมีจำนวนน้อย ส่วนใหญ่จะเป็นเพียงการปลุกกระแสการใช้สารชีวภาพ ทดแทนปุ๋ยเคมี ที่มีเป้าหมายเพียงการลดต้นทุนการผลิตเป็นส่วนใหญ่ อีกทั้งความรู้ความเข้าใจในกระบวนการส่งเสริมเกษตรกรรมยั่งยืนของรัฐยังไม่ชัดเจนนัก จึงทำให้ การบรรลุเป้าหมายการปรับเปลี่ยนสู่เกษตรกรรมยั่งยืนในเชิงปริมาณ ยังไม่บรรลุ ปัญหาอื่น ๆ ที่ยังคงอยู่มีดังนี้
การใช้สารเคมีทางการเกษตรและผลของการใช้สารเคมี
สถานการณ์ด้านการเกษตรในภาพรวมของจังหวัดแม่ฮ่องสอน จากการวิเคราะห์ปัญหาระบบผลิตเกษตรแผนใหม่ ซึ่งสรุปผลจากการประชุมกลุ่มย่อย เรื่อง “เกษตรยั่งยืน” ในเวทีจังหวัด ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2545 พบว่า เป็นระบบการผลิตเพื่อการค้า ใช้สารเคมีในกระบวนการผลิตและมีแนวโน้มเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อย ๆ ทำแบบเข้มข้น เกิดการพึ่งพิง ใช้ปัจจัยจากภายนอกสูง ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงไปด้วย ผูกอยู่กับระบบสินเชื่อ ผลผลิตราคาตกต่ำหรือราคาผลผลิตไม่แน่นอนทำให้เกษตรกร มีหนี้สิ้นมากขึ้น นำไปสู่วัฏจักรของความยากจน ผลผลิตปนเปื้อนสารพิษ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพผู้ผลิตและผู้บริโภค
นอกจากนี้ยังมีปัญหาอื่น ๆ อีก เช่น เป็นการปลูกพืชเชิงเดียว เน้นพืชเศรษฐกิจเป็นหลัก ทำให้พืชที่ปลูกไม่หลากหลาย พันธุ์พืชพื้นเมืองที่มีคุณภาพดีได้สูญหายไปมาก ปัญหาแรงงานไม่พอเพียง เครื่องมือเครื่องจักรทางการเกษตรไม่เพียงพอและปัญหาม๊อบ (เอกสารประกอบการประชุมย่อย กลุ่มที่ 2 ทิศทางการขับเคลื่อนเกษตรกรรมแบบยั่งยืน จังหวัดแม่ฮ่องสอน, 2545:5)
ณ ปัจจุบัน ปัญหาที่กล่าวข้างต้นยังคงอยู่ แม้ว่าจะเกิดกระแสการใช้สารชีวภาพในบางพื้นที่แล้วก็ตาม
ปัญหาเรื่องระบบการตลาด
- ยังต้องพึ่งพาพ่อค้าคนกลางเป็นหลัก ตลาดกลางที่เป็นของเกษตรกรเองมีน้อย เช่น มีตลาดสินค้าชุมชน แต่ไม่ค่อยได้รับความสนใจ
- มีตลาดนัดสินค้าปลอดสารพิษ ที่เดียวเท่านั้นในจังหวัด คือ ที่ท่ารถ อ.ขุนยวม ที่ดำเนินการโดย เครือข่ายเกษตรทฤษฎีใหม่ โดยได้รับการสนับสนุนจาก กองทุนชุมชนในปี 2545 และมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องโดยเครือข่ายเกษตรทฤษฎีใหม่ เอง จนถึงปัจจุบัน แต่ก็ยังมีปัญหาทั้งด้านการจัดการผลผลิต และการจัดการด้านตลาด
- มีการดำเนินงานตลาดสีเขียว โดยเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกในปี 2547 แต่ก็ยังหาจุดลงตัวไม่ได้ ทั้งด้านการจัดการผลผลิต การจัดการตลาด
สาเหตุที่เกษตรกรไม่สามารถปรับเปลี่ยนระบบได้
แม้ว่าระบบเกษตรกรรมสมัยใหม่ จะก่อให้เกิดผลกระทบมากมาย แต่ก็ไม่สามารถทำให้เกษตรกรส่วนใหญ่เกิดความตระหนัก พอที่จะหันหลังให้ระบบนี้ได้ ทั้งนี้อาจมาจากหลายสาเหตุ เช่น
- ไม่มีเวลาพอที่จะหันมาทบทวนผลกระทบร่วมกันอย่างเป็นระบบ จึงไม่รู้ปัญหาที่แท้จริง
- เข้าสู่วงจรหนี้สินแล้ว จึงยากที่จะถอนตัว
- ขาดผู้กระตุ้น สนับสนุน ส่งเสริมเกษตรกรรมยั่งยืนแก่เกษตรกรอย่างเป็นระบบ
- การส่งเสริมในพื้นที่ยังมีน้อย เกษตรกรยังขาดความรู้ความเข้าใจอย่างแท้จริง ทั้งในแนวคิดหลักการเกษตรยั่งยืน ผลกระทบจากสารเคมีเกษตร เทคโนโลยีการผลิตเพื่อการทดแทนสารเคมี เช่น วิธีการใช้สารชีวภาพต่าง ๆ ระบบการปลูกพืชที่เหมาะสม การวางแผนการผลิต เป็นต้น
- ยังไม่มีสื่อโฆษณา หรือการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารด้านนี้ที่เข้มข้น และเป็นรูปธรรมพอ
- ยังขาดความรู้ในระบบเกษตรทางเลือกอื่น ๆ เป็นต้น
การใช้ระบบการผลิตทางเลือกอื่น ๆ เช่น ใช้สารชีวภาพ หรืออินทรียวัตถุต่าง ๆ ยังมีน้อย เนื่องจากเกษตรกรยังขาดความรู้ที่แท้จริง และยังไม่มั่นใจว่า จะได้ผลตอบแทนที่เพียงพอเหมือนการใช้สารเคมีหรือไม่ การใช้ส่วนใหญ่เป็นความสนใจเฉพาะบุคคล กลุ่มที่ทำเป็นรูปธรรมยังมีน้อย ไม่มากพอที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้เกษตรกรรายอื่น ๆ อีกทั้งการใช้สารชีวภาพส่วนใหญ่ เป็นการนำไปใช้ประโยชน์ด้านอื่น มากกว่าใช้เพื่อการเกษตร เช่น น้ำยาสระผม น้ำยาล้างจาน เป็นต้น และสาเหตุสำคัญที่ไม่ได้รับความสนใจจากเกษตรกร คือ การใช้สารดังกล่าวเห็นผลช้า ไม่รวดเร็วทันใจ ต้องใช้ระยะเวลานานกว่าจะเห็นผล ทำให้เกษตรกรขาดความมั่นใจที่จะใช้
1.6 การให้ความหมายและกำหนดเป้าหมาย “การจัดการองค์ความรู้เกษตรกรรมยั่งยืน”
ทีมงาน Node แม่ฮ่องสอน และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องได้พยายามให้ความหมาย เป้าหมาย และ Output ของการจัดการองค์ความรู้และการจัดการชุดประเด็นของงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น โดยร่วมกันคิดกับผู้เกี่ยวข้องหลายส่วน และมีการระดมความคิดกันครั้งล่าสุด ในเวทีเสวนานักวิจัย ครั้งที่ 9 (วันที่ 22 พฤศจิกายน 2546) สรุปได้ดังนี้
เกษตรกรรมยั่งยืน หมายถึง การผลิตที่ไม่กระทบต่อสภาพแวดล้อม สุขภาพของคน เพื่อให้เกิดความยั่งยืน รักษาไว้เพื่อใช้ประโยชน์ในวันข้างหน้า เป็นการจัดการแบบธรรมชาติ ไม่เบียดเบียน ไม่เอาชนะธรรมชาติ บางพื้นที่สามารถเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว และวิถีชีวิตชุมชน /ชาวบ้าน เช่น การทำไร่หมุนเวียนทำให้มีแหล่งอาหารที่หลากหลาย ไม่ใช่เป็นเพียงการทำลายพื้นที่ทางธรรมชาติ ต้องดูว่าใครได้ประโยชน์และใครเป็นผู้ใช้ประโยชน์
การจัดการองค์ความรู้ หมายถึง การสร้าง การรวบรวม การจัดเก็บ การยกระดับความรู้ ทั้งภายนอก (ตำรา วิชาการ) และภายใน (คน/ ชุมชน) ให้เป็นระบบ โดยผ่านกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน แล้วนำไปสู่วิถีชีวิตชุมชนมีการถ่ายทอดเกิดขึ้น เกิดการปฏิบัติอย่างยั่งยืน การเข้าถึงข้อมูล / องค์ความรู้แล้วนำไปแบ่งปัน ผลักดันเชื่อมต่อกับระดับนโยบายให้มีการปรับเปลี่ยน โดยองค์ความรู้ต้องต่อยอดจากภูมิปัญญาท้องถิ่น และมีการนำไปใช้ประโยชน์ ให้บรรลุเป้าหมายที่ร่วมกันกำหนดขึ้น
การจัดการองค์ความรู้ เกษตรกรรมยั่งยืน หมายถึง การสร้าง การรวบรวม การจัดเก็บ การยกระดับความรู้ การเกษตรที่ไม่กระทบต่อสภาพแวดล้อม สุขภาพของคน เป็นการจัดการแบบธรรมชาติให้เป็นระบบ โดยผ่านกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน แล้วถ่ายทอดนำไปสู่วิถีชีวิตชุมชน เกิดการปฏิบัติอย่างยั่งยืน เป็นข้อมูลที่สามารถช่วยในการผลักดันเชื่อมต่อกับระดับนโยบายให้มีการปรับเปลี่ยน โดยองค์ความรู้ที่ได้มีการต่อยอดจากภูมิปัญญาท้องถิ่น และมีการนำไปใช้ประโยชน์ให้บรรลุเป้าหมายที่ร่วมกันกำหนดขึ้น
ความสำคัญ
เนื่องจากองค์ความรู้ที่มีเกี่ยวกับเกษตรกรรมยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นความรู้ที่อยู่กับตัวบุคคล หรือของชนเผ่าต่าง ๆ ที่ยังใช้ได้ในปัจจุบัน นั้นมีอยู่กระจัดกระจาย บางองค์ความรู้ก็มีการสืบทอดตามวิถีชีวิตและมีการปฏิบัติจริง บางองค์ความรู้ที่มีนั้นเริ่มที่จะสูญหาย หากไม่มีการฟื้นฟู หรือรวบรวม ไม่ว่าจะเป็นเพราะตัวบุคคลที่มีความรู้นั้นเสียชีวิต ไม่มีโอกาสที่จะได้สื่อหรือถ่ายทอดให้คนรุ่นหลัง ซึ่งองค์ความรู้ทั้งหลายเหล่านี้เป็นองค์ความรู้ที่สำคัญ มีคุณค่าควรที่จะได้รับการสืบทอด และนำไปใช้ประโยชน์ ดังนั้นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการเกิด การจัดการองค์ความรู้เกษตรกรรมยั่งยืนร่วมกันของภาคีที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายร่วมในแต่ละช่วงเวลา และพื้นที่ที่แตกต่างกัน
1.7 เป้าหมายในการจัดการองค์ความรู้
เป้าหมายสุดท้าย (สูงสุด)
เป้าหมายและทิศทางการขับเคลื่อนในภาพรวมของประเด็นด้านการเกษตรในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ทั้งในด้านการพัฒนา และงานวิจัย โดย เป้าหมายสุดท้ายมุ่งเน้นไปสู่ระบบการผลิต ในรูปแบบ “เกษตรกรรมแบบยั่งยืน” ที่มุ่งเน้นการพึ่งตนเองมากที่สุด โดยให้เกิดความยั่งยืนทั้งในด้านระบบการผลิต ยั่งยืนในความคิด ยั่งยืนในการตลาด และยั่งยืนในชีวิต/สุขภาพ |