|
![]() |
|
ข้อมูลศูนย์เรียนรู้ปราชญ์ชาวบ้าน ปีงบประมาณ 2551 จังหวัดแม่ฮ่องสอน |
||
1. ทบทวนการจัดการองค์ความรู้ด้านเกษตรยั่งยืน |
||
![]() |
||
| เนื่องจากการจัดการองค์ความรู้เป็นเรื่องซับซ้อน และตัวความรู้เองก็มีจากหลายแหล่ง ทั้งภายนอกพื้นที่ และในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นจากงานวิจัย จากประสบการณ์งานพัฒนา จากภูมิปัญญาท้องถิ่น อีกทั้งยังมีองค์ความรู้ที่อยู่ในตัวคน ที่ยังไม่ได้ถูกหยิบยก (Document) ขึ้นมาสื่อสาร ดังนั้นการจัดการจะต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจนก่อน โดยเริ่มจากการทบทวนปัญหา/ เงื่อนไขของพื้นที่ ทบทวนยุทธศาสตร์/ นโยบาย/ แผนงานของส่วนต่าง ๆ เมื่อมีเป้าหมาย หรือประเด็นที่ชัดเจนแล้ว จึงมาตรวจสอบ/รวบรวมข้อมูล/ องค์ความรู้จากแหล่งต่าง ๆ เพื่อการจัดการสู่การใช้ประโยชน์ หรือแก้ปัญหา หรือพัฒนาสู่เป้าหมาย (ดังภาพ ด้านบน)
1.2 ประเมินสถานการณ์ด้านการเกษตร จ.แม่ฮ่องสอน
|
||
![]() |
||
| 1.3 ทบทวนยุทธศาสตร์/ แผนงาน/ กระแสสังคม
อาจกล่าวได้ว่า ประเด็นยุทธศาสตร์/ แผนงาน/ กระแสสังคมสำหรับเกษตรกรรมยั่งยืน ไม่มีปัญหา เพราะหากมองในยุทธศาสตร์ ชาติ (แผนฯ ชาติ ) ยุทธศาสตร์จังหวัด อำเภอ ล้วนตอบรับแนวคิดเกษตรกรรมยั่งยืน เศรษฐกิจพอเพียง อีกทั้งยังมีนโยบายเรื่องอาหารปลอดภัย ครัวไทยสู่ครัวโลก ก็เป็นสิ่งที่ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญยิ่ง การดำเนินกิจกรรม/ งาน ที่เกี่ยวเนื่องกับการขับเคลื่อนประเด็น “เกษตรกรรมยั่งยืน” ทั้งในด้านงานวิจัย และพัฒนา ระหว่างปี 2543 - 2547 ประกอบด้วย 3 ส่วนด้วยกัน คือ
ส่วนที่ 2 ด้านงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นประเด็นเกษตรกรรมยั่งยืนในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งมีทั้งหมด 6โครงการและมีพื้นที่ดำเนินการอยู่ใน อ.ขุนยวม จำนวน 4 โครงการ อ.เมือง 1 โครงการ และในระดับจังหวัด อีก 1 โครงการ ได้แก่
ส่วนที่ 3 โครงการสังเคราะห์งานวิจัยเกษตรกรรมยั่งยืนภาคเหนือตอนบน (ได้รับการสนับสนุนจาก สกว. ภาค )โดยมีกิจกรรมในระดับจังหวัด (แม่ฮ่องสอน) ดังนี้
แม้ว่าทุกภาคส่วนจะสนับสนุนเกษตรกรรมยั่งยืน มาเป็นเวลานาน และแม่ฮ่องสอนก็มีสภาพที่เหมาะสมในการทำเกษตรกรรมยั่งยืน ในหลาย ๆ เรื่อง ดังได้กล่าวข้างต้น แต่การดำเนินงานด้านเกษตรกรรมยั่งยืน หากดูในเรื่องการปรับเปลี่ยนสู่ระบบเกษตรกรรมยั่งยืนของเกษตรกรอย่างเต็มรูปแบบยังมีจำนวนน้อย ส่วนใหญ่จะเป็นเพียงการปลุกกระแสการใช้สารชีวภาพ ทดแทนปุ๋ยเคมี ที่มีเป้าหมายเพียงการลดต้นทุนการผลิตเป็นส่วนใหญ่ อีกทั้งความรู้ความเข้าใจในกระบวนการส่งเสริมเกษตรกรรมยั่งยืนของรัฐยังไม่ชัดเจนนัก จึงทำให้ การบรรลุเป้าหมายการปรับเปลี่ยนสู่เกษตรกรรมยั่งยืนในเชิงปริมาณ ยังไม่บรรลุ ปัญหาอื่น ๆ ที่ยังคงอยู่มีดังนี้ การใช้สารเคมีทางการเกษตรและผลของการใช้สารเคมี สถานการณ์ด้านการเกษตรในภาพรวมของจังหวัดแม่ฮ่องสอน จากการวิเคราะห์ปัญหาระบบผลิตเกษตรแผนใหม่ ซึ่งสรุปผลจากการประชุมกลุ่มย่อย เรื่อง “เกษตรยั่งยืน” ในเวทีจังหวัด ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2545 พบว่า เป็นระบบการผลิตเพื่อการค้า ใช้สารเคมีในกระบวนการผลิตและมีแนวโน้มเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อย ๆ ทำแบบเข้มข้น เกิดการพึ่งพิง ใช้ปัจจัยจากภายนอกสูง ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงไปด้วย ผูกอยู่กับระบบสินเชื่อ ผลผลิตราคาตกต่ำหรือราคาผลผลิตไม่แน่นอนทำให้เกษตรกร มีหนี้สิ้นมากขึ้น นำไปสู่วัฏจักรของความยากจน ผลผลิตปนเปื้อนสารพิษ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพผู้ผลิตและผู้บริโภค ปัญหาเรื่องระบบการตลาด
สาเหตุที่เกษตรกรไม่สามารถปรับเปลี่ยนระบบได้
การใช้ระบบการผลิตทางเลือกอื่น ๆ เช่น ใช้สารชีวภาพ หรืออินทรียวัตถุต่าง ๆ ยังมีน้อย เนื่องจากเกษตรกรยังขาดความรู้ที่แท้จริง และยังไม่มั่นใจว่า จะได้ผลตอบแทนที่เพียงพอเหมือนการใช้สารเคมีหรือไม่ การใช้ส่วนใหญ่เป็นความสนใจเฉพาะบุคคล กลุ่มที่ทำเป็นรูปธรรมยังมีน้อย ไม่มากพอที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้เกษตรกรรายอื่น ๆ อีกทั้งการใช้สารชีวภาพส่วนใหญ่ เป็นการนำไปใช้ประโยชน์ด้านอื่น มากกว่าใช้เพื่อการเกษตร เช่น น้ำยาสระผม น้ำยาล้างจาน เป็นต้น และสาเหตุสำคัญที่ไม่ได้รับความสนใจจากเกษตรกร คือ การใช้สารดังกล่าวเห็นผลช้า ไม่รวดเร็วทันใจ ต้องใช้ระยะเวลานานกว่าจะเห็นผล ทำให้เกษตรกรขาดความมั่นใจที่จะใช้ ความสำคัญเนื่องจากองค์ความรู้ที่มีเกี่ยวกับเกษตรกรรมยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นความรู้ที่อยู่กับตัวบุคคล หรือของชนเผ่าต่าง ๆ ที่ยังใช้ได้ในปัจจุบัน นั้นมีอยู่กระจัดกระจาย บางองค์ความรู้ก็มีการสืบทอดตามวิถีชีวิตและมีการปฏิบัติจริง บางองค์ความรู้ที่มีนั้นเริ่มที่จะสูญหาย หากไม่มีการฟื้นฟู หรือรวบรวม ไม่ว่าจะเป็นเพราะตัวบุคคลที่มีความรู้นั้นเสียชีวิต ไม่มีโอกาสที่จะได้สื่อหรือถ่ายทอดให้คนรุ่นหลัง ซึ่งองค์ความรู้ทั้งหลายเหล่านี้เป็นองค์ความรู้ที่สำคัญ มีคุณค่าควรที่จะได้รับการสืบทอด และนำไปใช้ประโยชน์ ดังนั้นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการเกิด การจัดการองค์ความรู้เกษตรกรรมยั่งยืนร่วมกันของภาคีที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายร่วมในแต่ละช่วงเวลา และพื้นที่ที่แตกต่างกัน 1.7 เป้าหมายในการจัดการองค์ความรู้เป้าหมายสุดท้าย (สูงสุด) เป้าหมายและทิศทางการขับเคลื่อนในภาพรวมของประเด็นด้านการเกษตรในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ทั้งในด้านการพัฒนา และงานวิจัย โดย เป้าหมายสุดท้ายมุ่งเน้นไปสู่ระบบการผลิต ในรูปแบบ “เกษตรกรรมแบบยั่งยืน” ที่มุ่งเน้นการพึ่งตนเองมากที่สุด โดยให้เกิดความยั่งยืนทั้งในด้านระบบการผลิต ยั่งยืนในความคิด ยั่งยืนในการตลาด และยั่งยืนในชีวิต/สุขภาพ |
||
![]() |
||
เป้าหมายระยะสั้น ( 5 ปี) ้าหมายร่วม คือ “การสนับสนุนให้เกิดพื้นที่รูปธรรมเกษตรกรรมยั่งยืน การเกิดกลุ่ม- เครือข่าย ผู้ผลิตผู้บริโภคเกษตรยั่งยืน ที่สามารถร่วมกันขับเคลื่อนงานได้อย่างเข้มแข็ง” การกำหนดเป้าหมายในระยะสั้น ทำผ่านยุทธศาสตร์เกษตรกรรมยั่งยืน 5 ปี ที่ได้มีการทบทวนความชัดเจนร่วมกัน ในเวทีประเมินผลแบบมีส่วนร่วมเมื่อวันที่ 7-8 พค.48 ดังภาพด้านบน การสัมมนาการพัฒนากลุ่ม องค์กร ยังไม่ได้มีการดำเนินการเป็นการเฉพาะ เช่นเดียวกับการถอดบทเรียนการพัฒนาระบบเกษตรยั่งยืน ซึ่งได้กำหนดไว้เป็นประเด็นหนึ่ง ในการจัดกิจกรรม “ สมัชชาเกษตรทางเลือก ” ในวันที่ 25 ตุลาคม 2548 เริ่มรวมรวบข้อมูลในปี 2546 ใช้ Program Microsoft Access ในการจัดเก็บและบริการ เพื่อการนำเสนอและเผยแพร่ และยังมีการปรับปรุงเพิ่มเติมข้อมูลจนถึงปัจจุบัน |
||
![]() |
||
ในช่วงปี 2544-2548 มีหน่วยงาน องค์กร กลุ่ม เครือข่าย ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบเกษตรกรรมยั่งยืนมากขึ้นตามลำดับ เพราะหลายฝ่ายเริ่มตระหนักในผลกระทบของระบบเกษตรกระแสหลักมากขึ้น จากรูปธรรมที่เกิดขึ้น เช่น ราคาผลผลิตตกต่ำ คุณภาพดินต่ำลง การปนเปื้อนของสารพิษต่อสิ่งแวดล้อมและผลผลิต เป็นต้น ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีภาคส่วนต่าง ๆ เข้ามาสนับสนุนงานเกษตรยั่งยืนหลากหลายรูปแบบ ทั้งงานวิจัย งานพัฒนา ทั้งภาครัฐ ภาคประชาสังคม ดังรายละเอียดในภาพ (ด้านบน) 2.3 ด้านการพัฒนาการผลิต การแปรรูปและการตลาดเกษตรกรรมยั่งยืน |
||
ซึ่งนอกจากจะได้ข้อมูลและตัวอย่างพันธุกรรมพื้นบ้านที่มีความหลากหลายแล้ว ยังได้ข้อมูลในเรื่องขององค์ความรู้ ภูมิปัญญาที่เกี่ยวข้องกับพันธุกรรมพื้นบ้านอีกมากมาย อาทิ การคัดเลือกพันธุ์ การเก็บรักษา การใช้ประโยชน์ การรักษาสืบทอดพันธุกรรม ฯ ที่มีความแตกต่างกันไปในแต่ละชนเผ่า ซึ่งมีความแตกต่างกันในด้านบริบทของพื้นที่ สภาพแวดล้อม วิถีชีวิตวัฒนธรรม ความเชื่อ |
||
2.4 ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
มีการดำเนินการจัดกิจกรรมถอดบทเรียนการจัดการทรัพยากรโดยองค์กรชุมชน ของชมรมอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมตำบลแม่กิ๊ อำเภอขุนยวม ซึ่งทำให้ได้ข้อมูล บทเรียน และประสบการณ์ต่าง ๆ ที่นำไปเป็นข้อมูลในการจัดทำโครงร่างหลักสูตรการจัดการทรัพยากรโดยองค์กรชุมชน ที่จะสามารถนำไปเป็นแนวทางในการขยายผลสู่ชุมชนอื่นต่อไป 3. บทเรียนประสบการณ์ ปัญหา แลข้อเสนอแนะ3.1 บทเรียน/ ประสบการณ์ 3.2 ปัญหาในการขับเคลื่อนงาน
ปัจจัย / เงื่อนไข การเคลื่อนงานต่อ1. ต้องเริ่มที่ตัวเรา “รู้จักตนเองก่อน” รู้จักพึ่งตนเองจนเป็นที่พึ่งให้แก่ผู้อื่นได้ 3.3 แนวทางในการดำเนินงาน เพื่อการเคลื่อนต่อ มีหลักการเคลื่อนงานคือ เริ่มที่ครอบครัว สร้างวิทยากรท้องถิ่น แสวงหาองค์ความรู้ทั้งภายนอก(ระบบโลก) และภายในชุมชนนำมาสอดประสานในการใช้ประโยชน์ จัดทำหลักสูตรท้องถิ่นในโรงเรียน ให้คนได้เรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนประถมศึกษา โรงเรียนภูมิปัญญา รวมถึงระดับนานาชาติ ส่วนแนวทางการดำเนินงาน มีรายละเอียด ดังนี้ 1) กระบวนการสร้างความตระหนักเพื่อนำไปสู่การปรับเปลี่ยนวิธีคิดของเกษตรกร
2) กระบวนการทดสอบทดลองเพื่อสร้างความมั่นใจในทางเลือก
3) กระบวนการจัดการด้านการตลาด
4) การเชื่อมประสานหน่วยงาน องค์กร ทั้งภาครัฐและเอกชน ให้เกิดการร่วมมือสนับสนุน
5) ด้านการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารงานด้านเกษตรยั่งยืน
แนวทางที่สามารถผลักดันแนวคิดเกษตรกรรมแบบยั่งยืน สู่การปฏิบัติการจริงของจังหวัดสามารถทำได้ โดยทำแบบค่อยเป็นค่อยไป ขั้นแรกนั้น คือ การสร้างการยอมรับทั้งในระดับตัวเกษตรกรและเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรระดับตำบล/อำเภอ/จังหวัด โดย
ข้อเสนอแนะต่อการแก้ไขสถานการณ์/ ปัญหาทางด้านการเกษตรในปัจจุบัน
วาระเร่งด่วนที่ต้องสร้างให้เกิดขึ้นในปี 2549
|
||
| อรุณี เวียงแสง | |
| ที่ปรึกษาเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกจังหวัดแม่ฮ่องสอน |
| มกราคม 2550 |