หลักการและเหตุผล :
ปัจจุบัน
มีการรณรงค์เรื่องสิทธิเด็กกันมากขึ้น ทั้งโรงเรียน และองค์กรพัฒนาเอกชน และกำลังจะพัฒนาไปสู่ระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
โดยมีการหยิบยกเอาอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ซึ่งเป็นอนุสัญญาสากลระหว่างประเทศที่ไทยร่วมลงนามรับรองเอาไว้
และ พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก พุทธศักราช 2546 ซึ่งปัจจุบันมีผลบังคับใช้แล้ว แต่ในพื้นที่อำเภอปางมะผ้ายังไม่สามารถเข้าถึงชุมชนได้
เพราะปัจจัยหลายประการ ทั้งปัจจัยทางกายภาพ เช่น ระยะทางที่กันดารห่างไกล และปัจจัยทางสังคมวัฒนธรรม
เช่น ประชากรส่วนใหญ่ไม่รู้หนังสือ เป็นต้น
กลุ่มผู้นำเยาวชนในระบบโรงเรียนพื้นที่อำเภอปางมะผ้า
โดยมีสมาชิกต่างกลุ่มชาติพันธุ์ ได้แก่ ไทใหญ่ ลาหู่ ลีซู กะเหรี่ยง ซึ่งได้รวมตัวกันตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์
2549 ภายใต้ชื่อ "สโมสรผู้นำเยาวชนเพื่อการศึกษาและพัฒนาชุมชน (สยช.)"
มีทั้งระดับมัธยมต้นและมัธยมปลายจากหลายโรงเรียนในพื้นที่ ปัจจุบัน มีสมาชิก
70 คน โดยมีวัตถุประสงค์ของสโมสรฯ 7 ข้อ คือ
1.
เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนมีกิจกรรมทำอย่างต่อเนื่อง
2.
เพื่อให้เด็กและเยาวชน มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาชุมชน
3.
เพื่อให้เยาวชนได้เรียนรู้ วัฒนธรรมประเพณีของกลุ่มชาติพันธุ์ในอำเภอปางมะผ้า
4.
เพื่อฝึกทักษะกระบวนการ การทำงานเป็นผู้นำเยาวชน เพื่อการศึกษาพัฒนาชุมชน
5.
เพื่อให้เยาวชนมีความรู้ด้านอาชีพและมีรายได้ระหว่างเรียน
6.
เพื่อให้เยาวชนกลุ่มชาติพันธุ์ได้ร่วมกันสร้างสรรค์กิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อชุมชน
7.
เพื่อให้เยาวชนเล็งเห็นถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติและร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
ที่ผ่านมาได้มีการจัดกิจกรรมไปแล้ว
ได้แก่ 1.ค่ายผู้นำเยาวชนเพื่อการพัฒนาชุมชน 2.การทัศนศึกษาด้านการจัดการทรัพยากรและประชุมสัญจรที่บ้านเมืองแพม
อ.ปางมะผ้า 3.นำร่องมัคคุเทศก์น้อย บ้านแม่ละนา 4.การสร้างภาพยนตร์สารคดีประเพณี-พิธีกรรมกลุ่มชาติพันธุ์แบบมีส่วนร่วมโดยกลุ่มเยาวชน
(ภายใต้การสนับสนุนจากสถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่) และ 5.โครงการฝึกอบรมศิลปะการต่อสู้ป้องกันภัยทางเพศสำหรับเด็กวัยรุ่น
จากประสบการณ์ที่เด็กกลุ่มนี้เคยได้รับการอบรมเรื่องสิทธิเด็กมานั้น
ทำให้เด็กรู้ว่าไม่สามารถเชื่อมโยงเข้ากับจารีตประเพณีในท้องถิ่นได้ จนเกิดความสับสนขัดแย้งในใจถึงวิถีปฏิบัติของผู้ใหญ่และกฎระเบียบตามจารีตประเพณีที่ปฏิบัติต่อเด็ก
อีกทั้งในเรื่องประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเกี่ยวกับ "สิทธิเด็ก" ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน
ทำให้เด็กกลุ่มนี้เกิดความสนใจ และถือเป็นประเด็นใหม่ที่ท้าทาย น่าจะศึกษาหาความรู้เป็นอย่างยิ่ง
ซึ่งจากการพบปะพูดคุยหรือการจัดประชุมที่ผ่านมาหลายครั้ง ได้มีการหารือกันถึงแนวทางการศึกษาวิจัยเรื่องสิทธิเด็กว่าสมควรเชื่อมโยงกับโครงสร้างครอบครัวและเครือญาติตามจารีตประเพณีวัฒนธรรมชุมชนแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์
โดยให้เด็กเข้ามามีส่วนร่วมในการวิจัยร่วมกับชุมชน ซึ่งเป็นงานวิจัยทางด้านพื้นฐาน
(Basic Research) ที่ให้เด็กและชุมชนรู้จักสิทธิเด็กของตนเอง
ผู้เสนอโครงการเห็นว่า
หากพิจารณาเรื่องสิทธิเด็กแบบสากลแล้ว โดยทั่วไปจะเห็นว่าเป็นของใหม่ และเห็นเป็นเรื่องปัจเจก
อยู่แยกส่วนจากโครงสร้างและระบบครอบครัว-เครือญาติที่มีลักษณะหลากหลายไปตามกลุ่มชาติพันธุ์
ทั้งยังขาดการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น ขาดการเชื่อมโยงกับมิติทางสังคมวัฒนธรรมเศรษฐกิจการเมืองทั้งในระดับจุลภาค
ได้แก่ หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด และมหภาค ได้แก่ รัฐบาล และประชาคมโลก อย่างเป็นประวัติศาสตร์
และค่อนข้างโดดเดี่ยวจากแนวคิดสิทธิชุมชน ทำให้ในทางปฏิบัติ สิทธิเด็กแบบสากลนั้นเป็นไปได้ยาก
เพราะไม่มีพื้นที่ทางสังคมวัฒนธรรมมารองรับ และขาดการเชื่อมประสานกับสิทธิเด็กตามจารีตประเพณี
นอกจากนี้
เห็นว่าชุมชนจะเป็นหลักประกันให้สิทธิเด็กมีความยั่งยืน แต่ทั้งนี้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับสิทธิเด็ก
โดยเฉพาะตัวเด็กเองต้องมีความเข้าใจในประวัติศาสตร์สิทธิเด็กในชุมชนของตนอย่างเพียงพอ
รู้จักเก็บข้อมูล ศึกษาปัญหาและถอดความหมายภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เกี่ยวพันกับสิทธิเด็ก
ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยให้เด็กมีความเข้าใจที่เชื่อมโยงตัวตนของตนเองกับสิทธิเด็กตามจารีตประเพณีในชุมชนท้องถิ่นอย่างเป็นประวัติศาสตร์
เกิดความรู้สึกร่วมเป็นเจ้าของสิทธิเด็กในพื้นที่แล้ว ยังทำให้ชุมชนท้องถิ่นตื่นตัวและเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรมด้านสิทธิเด็ก
อันเป็นฐานสำคัญที่จะนำไปสู่การวิจัยด้านสิทธิเด็กอื่นๆที่เป็นงานวิจัยเชิงปฏิบัติการได้ง่ายขึ้น
คำถามวิจัย/วัตถุประสงค์ของโครงการ :
1) เพื่อศึกษาว่าระบบสิทธิเด็กต่อการมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ในโครงสร้างระบบครอบครัว-เครือญาติของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆบริเวณลุ่มน้ำลาง-น้ำของ
จากอดีตจนถึงปัจจุบัน มีโครงสร้างและรูปแบบอย่างไร สอดแทรกอยู่ในชุมชนอย่างหลากหลายและต่อเนื่องหรือไม่
อย่างไร ในเรื่องใดบ้าง
2) โครงสร้างระบบสิทธิเด็กดังกล่าวมีพัฒนาการและมีความสัมพันธ์กับผู้คนกลุ่มต่างๆในท้องถิ่นอย่างไร
อยู่ภายใต้บริบททางสังคมวัฒนธรรมเศรษฐกิจการเมืองทั้งในระดับจุลภาค ได้แก่ หมู่บ้านตำบล
อำเภอ จังหวัด และมหภาค ได้แก่ รัฐบาล และประชาคมโลก อย่างไร
กรอบแนวคิดในการศึกษา :
1. กรอบแนวคิดด้านสิทธิเด็ก ที่จะศึกษานี้
ครอบคลุมใน 4 ด้าน คือ
1) เด็กเกิดมาต้องมีชีวิตรอดเป็นพันธะสำคัญที่ต้องทำทุกวิถีทางให้เด็กทุกคนที่คลอดออกมาจากท้องแม่
ไม่ตายลงอย่างง่ายดายด้วยโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ,
2) เด็กต้องได้รับการปกป้องคุ้มครอง
ด้วยการไม่ให้ถูกทำร้ายทารุณกรรม หรือถูกนำไปแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ ,
3) เด็กต้องได้รับการพัฒนาโดยรอบด้าน
ทั้งร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา,
4) เด็กต้องมีส่วนร่วมในสังคม
สังคมต้องตระหนักถึงถึงความรู้ ความสามารถและความต้องการแสดงออกของเด็ก
โดยสิทธิเด็กทั้งสี่ด้านนี้จะศึกษาข้อมูลจากโครงสร้างและระบบครอบครัว-เครือญาติตามจารีตประเพณี
และตัวอย่างประเพณีพิธีกรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆที่เชื่อมโยงกับบริบทการจัดการทรัพยากรบริเวณลุ่มน้ำลาง-น้ำของ
บนฐานประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของแต่ละชุมชน
2. แผนงานและวิธีการศึกษา
โครงการวิจัยชิ้นนี้
เป็นงานวิจัยที่เน้นให้เด็กในชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์เข้ามามีส่วนร่วม (Participatory
Research) การวิจัยอย่างมีส่วนร่วมนี้จะช่วยให้เด็กได้ค้นพบความจริงว่า ในสังคมของเขานั้นมีโครงสร้างและระบบสิทธิเด็กอย่างไร
โดยพวกเขาจะร่วมเป็นผู้ออกแบบหรือจัดรูปแบบคำถาม ร่วมกำหนดวิธีการ รวบรวมข้อมูลด้วยประสบการณ์ของตัวเยาวชนร่วมกับชาวบ้านเอง
ซึ่งสามารถขยับไปสู่งานวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (participatory action
research : PAR) ได้ในปีต่อไป
งานวิจัยชิ้นนี้
เป็นการวิจัยทางเลือกใหม่เพื่อท้องถิ่น เป็นการวิจัยที่เน้นการถอดองค์ความรู้และรวบรวมองค์ความรู้จากการทำงานพัฒนาของชุมชน
เป็นเรื่องที่ชุมชนอยากรู้ อยากรวบรวมความรู้ของตนเองและชุมชนร่วมกันทำงานวิจัย
โดยสามารถยกระดับไปสู่การสร้าง/จัดการกลไกเพื่อแก้ปัญหาชุมชนในระยะต่อไป
้การดำเนินการวิจัย :
ช่วงที่ 1 ( 8 เดือน)
1. ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ
"เปิดโลกใหม่ ยุววิจัยปางมะผ้า" เพื่อเตรียมความพร้อมทีมวิจัย โดยเสริมกระบวนการฝึกฝนทีมวิจัยที่เป็นเยาวชนท้องถิ่นให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำวิจัยแบบมีส่วนร่วม
(Participatory Research) และเพิ่มพูนทักษะต่างๆที่จำเป็น เช่น การสังเกตการณ์แบบมีส่วนร่วม,
การสัมภาษณ์, การเก็บข้อมูลจากประวัติศาสตร์คำบอกเล่า, การทำแผนที่ความคิด (Mind
Map), ทักษะในการจัดประชุมชุมชน, การสนทนากลุ่ม, การจดบันทึก, การวิเคราะห์ข้อมูล
2. เวทีเตรียมความพร้อมชุมชน
โดยประชุมชี้แจงและเตรียมความพร้อมกับผู้นำชุมชน ผู้นำเด็กและเยาวชนหมู่บ้านเป้าหมาย
6 หมู่บ้าน
3. การเก็บรวบรวมข้อมูลวิจัยที่เกี่ยวข้อง
พร้อมทั้งประมวลผลข้อมูล
4. จัดทำรายงานความก้าวหน้างานช่วงที่
1
ช่วงที่ 2 (4 เดือน)
1. เวทีวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกับชุมชน
2. การสรุปข้อค้นพบและคืนข้อมูลสู่ชุมชน
ในรูปของเอกสาร สื่อในรูปแบบต่างๆ
3. จัดทำรายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์
4. นำฐานข้อมูลจากการศึกษาวิจัย
จัดเวทีประชุมหาแนวทางจัดตั้งกลุ่ม / กลไกชุมชนแบบพหุภาคีในการเสริมสร้างการจัดการสิทธิเด็กสู่ชุมชน
โดยกระบวนการมีส่วนร่วมของเด็ก เยาวชน และชุมชนท้องถิ่น โดยเริ่มจากหมู่บ้านเป้าหมายที่ร่วมงานกับโครงการวิจัย
รวมทั้งพัฒนาโครงการสู่ระยะที่ 2
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
:
ช่วงที่ 1 ( 8 เดือน)
1. ทีมวิจัยได้ความรู้
ความเข้าใจ และทักษะต่างๆที่จำเป็น เช่น ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำวิจัยแบบมีส่วนร่วม
(Participatory Research) การสังเกตการณ์แบบมีส่วนร่วม, การสัมภาษณ์, การเก็บข้อมูลจากประวัติศาสตร์คำบอกเล่า,
การทำแผนที่ความคิด (Mind Map), ทักษะในการจัดประชุมชุมชน, การสนทนากลุ่ม, การจดบันทึก,
การวิเคราะห์ข้อมูล เป็นต้น
2. ชุมชนเป้าหมาย
6 หมู่บ้าน ทีมวิจัยมีความเข้าใจวัตถุประสงค์ มีแนวทางการวิจัยไปในทิศทางเดียวกัน
และได้ประเด็นที่ต้องการศึกษา รวมถึงเครื่องมือในการเก็บข้อมูล
3. ได้ข้อมูลองค์ความรู้ในเรื่องประวัติศาสตร์ท้องถิ่นว่าด้วยสิทธิเด็กในโครงสร้างและระบบครอบครัว
- เครือญาติของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ภายใต้บริบทการจัดการทรัพยากรบริเวณลุ่มน้ำลาง
- น้ำของ อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน
4. ได้รูปเล่มรายงานความก้าวหน้างานช่วงที่
1
ช่วงที่ 2 (4 เดือน)
1. ได้เนื้อหาองค์ความรู้ข้อมูลที่ชัดเจนขึ้น และเป็นจริง จากการวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกับชุมชน
2. ได้รูปแบบการคืนข้อมูลสู่ชุมชน เช่น ในรูปของเอกสาร สื่อในรูปแบบต่างๆ
3. ได้รูปเล่มรายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์
4. ได้กลุ่ม / กลไกชุมชนแบบพหุภาคีในการเสริมสร้างการจัดการสิทธิเด็กสู่ชุมชน
โดยกระบวนการมีส่วนร่วมของเด็ก เยาวชน และชุมชนท้องถิ่น โดยเริ่มจากหมู่บ้านเป้าหมายที่ร่วมงานกับโครงการวิจัย
และได้แนวทางในการจัดทำแผนการดำเนินงานในระยะที
รายชื่อผู้ทำงานในโครงการ
:
ทีมงานวิจัยหลัก
1. นายวิสุทธิ์
เหล็กสมบูรณ์ นักวิจัย
2. นายอังแก่น
ไม่มีนามสกุล นักวิจัย
3. นางปิยมาศ
พุทธโส นักวิจัย
ทีมผู้ช่วยนักวิจัย (เยาวชน) จากสโมสรผู้นำเยาวชนเพื่อการศึกษาและการพัฒนาชุมชน
(สยช.) อำเภอปางมะผ้า
1. นางสาวอสมาภรณ์ พงศ์วรานุภาพ(ไทใหญ่)หมู่บ้านแม่ละนา นักเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์
34
2. นางสาวสุทธิดา ปิยชาติโชติกุล (ไทใหญ่) หมู่บ้านแม่ละนา นักเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์
34
3. เด็กชายมนตรี ไม่มีนามสกุล (เด็กไร้สัญชาติชาวไทใหญ่) หมู่บ้านสบป่อง
นักเรียนโรงเรียนอนุบาลปางมะผ้า
4. นางสาวอรทัย เสนา (เด็กไร้สัญชาติชาวไทใหญ่) หมู่บ้านสบป่อง นักเรียนโรงเรียนปางมะผ้าพิทยาสรรพ์
5. เด็กหญิงอาทิตยา เลายี่ปา (ลีซู) หมู่บ้านหนองตอง นักเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์
34
6. เด็กหญิงจันทร์จิรา ธารารุ่งโรจน์ (ลีซู) หมู่บ้านแม่หมูลีซอ นักเรียนโรงเรียนอนุบาลปางมะผ้า
7. เด็กหญิงเอื้ออารีย์ ทิศขน (ไทยพื้นราบ) หมู่บ้านสบป่อง นักเรียนโรงเรียนอนุบาลปางมะผ้า
8. เด็กหญิงขวัญรัตน์ ครองทรัพย์ (ไทยพื้นราบ) หมู่บ้านสบป่อง นักเรียนโรงเรียนอนุบาลปางมะผ้า
9. เด็กหญิงกัญญารัตน์ โชติพรม (ไทยพื้นราบ) หมู่บ้านสบป่อง นักเรียนโรงเรียนอนุบาลปางมะผ้า
10. เด็กชายอนิรุตน์ คำฟู (ไทยพื้นราบ) หมู่บ้านสบป่อง นักเรียนโรงเรียนอนุบาลปางมะผ้า
11. นางสาวนาอู สุนทรนาคา (ลาหู่) ครูพี่เลี้ยงเด็ก หมู่บ้านวนาหลวง โรงเรียนบ้านวนาหลวง
12. เด็กหญิงสุรีย์รัตน์ คัมภีร์พาโชค (ลาหู่) หมู่บ้านวนาหลวง นักเรียนโรงเรียนบ้านวนาหลวง
13. นางสาววลินญา วนาสนองคุณ (ลาหู่) หมู่บ้านวนาหลวง นักเรียนโรงเรียนปางมะผ้าพิทยาสรรพ์
14. เด็กหญิงสุดารัตน์ วนาสนองคุณ (ลาหู่)หมู่บ้านวนาหลวง นักเรียนโรงเรียนบ้านวนาหลวง
15. นายพลชัย ดอยจรัสรุ้ง (กะเหรี่ยง) หมู่บ้านเมืองแพม นักเรียนโรงเรียนปางมะผ้าพิทยาสรรพ์
16. นางสาวอนงรัตน์ กัมปนาทนรกุล (กะเหรี่ยง) หมู่บ้านเมืองแพม นักเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์
34
17. นางสาวบุญศรี สร้างสันติ (ลัวะ) หมู่บ้านห้วยน้ำโป่ง คณะทำงานศูนย์ประสานงานข้อมูลความรู้เพื่อการพัฒนา
อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน
18. นางอุสา เหล็กสมบูรณ์ (ไทใหญ่) หมู่บ้านสบป่อง เลขานุการสโมสรผู้นำเยาวชนเพื่อการศึกษาและการพัฒนาชุมชน
(สยช.)
ทีมวิจัยร่วม/กลุ่มผู้นำชุมชน
- หมู่บ้านแม่ละนา (ไทใหญ่) นายจำรูญ วงศ์จันทร์ และนายสมพงษ์ หิรัญโกเมนทร์
ผู้รู้ด้านวัฒนธรรม
- หมู่บ้านวนาหลวง (ลาหู่ยี) นายยงค์ ไพรบุญเสริม กำนันตำบลถ้ำลอด
- หมู่บ้านบ่อไคร้ (ลาหู่นา) นายสมพงษ์ พันธุ์สามหมอก ผู้ใหญ่บ้าน
- หมู่บ้านหนองตอง (ลีซู) นายสมบูรณ์ แซ่จาง ผู้ใหญ่บ้าน
- หมู่บ้านเมืองแพม (กะเหรี่ยง) นายสมเพชร รัตนอารยธรรม ผู้ใหญ่บ้าน
- หมู่บ้านห้วยน้ำโป่ง (ลัวะ) นายซำหมุด สะแหนะ ผู้ใหญ่บ้าน
ที่ปรึกษาโครงการ
1. อาจารย์สุริยา
สมุทคุปต์ นักวิจัยอิสระ
2. นายอารยะ ภูสาหัส
นักวิจัยอิสระ
3. นายบุญยืน
คงเพชรศักดิ์ โครงการฟื้นฟูชีวิตและวัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน
4. ทีมนักวิจัยท้องถิ่นพี่เลี้ยง
(กลุ่มเพื่อนเรียนรู้เพื่อการพัฒนา) อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน