ความหมายของการจัดการองค์ความรู้

              สถาบันจัดการองค์ความรู้เพื่อพัฒนาสังคม (สคส.) ได้สรุปนิยามของการจัดการองค์ความรู้ไว้ว่า
              การจัดการความรู้คือ กระบวนการที่เป็นเครื่องมือหรือวิธีการเพิ่มมูลค่าหรือคุณค่าของกิจการขององค์กร กลุ่มบุคคล หรือเครือข่ายของกลุ่มบุคคลหรือองค์กร การจัดการความรู้ไม่ได้มีความหมายเพียงแค่การนำ "ความรู้" มา "จัดการ" แต่มีความหมายจำเพาะและลึกซึ้งกว่านั้นมาก
              การจัดการความรู้เป็นกิจกรรมที่ซับซ้อนและกว้างขวาง ไม่สามารถให้นิยามด้วยถ้อยคำสั้น ๆ ได้ ต้องให้นิยามหลายข้อ จึงจะครอบคลุมความหมาย ซึ่งได้แก่
        O การจัดการความรู้มีความหมายรวมถึง การรวบรวม การจัดระบบ การจัดเก็บ และการเข้าถึงข้อมูล เพื่อสร้างเป็นความรู้ เทคโนโลยีด้านข้อมูลและด้านคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือช่วยเพิ่มพลังในการจัดการความรู้ แต่เทคโนโลยีด้านข้อมูลและคอมพิวเตอร์โดยตัวของมันเองไม่ใช่การจัดการความรู้
        O การจัดการความรู้เกี่ยวข้องกับการแบ่งปันความรู้ (knowledge sharing) ถ้าไม่มีการแบ่งปันความรู้ ความพยายามในการจัดการความรู้จะไม่ประสบผลสำเร็จ พฤติกรรมภายในองค์การเกี่ยวกับวัฒนธรรม พลวัต และวิธีปฏิบัติ มีผลต่อการแบ่งปันความรู้ ประเด็นด้านวัฒนธรรมและสังคม มีความสำคัญยิ่งต่อการจัดการความรู้
        O การจัดการความรู้ต้องการผู้ทรงความรู้ความสามารถในการตีความและประยุกต์ใช้ความรู้ ในการสร้างนวัตกรรมและเป็นผู้นำทางในองค์การ รวมทั้งต้องการผู้เชี่ยวชาญในสาขาใดสาขาหนึ่งสำหรับช่วยแนะนำวิธีประยุกต์ใช้การจัดการความรู้ ดังนั้นกิจกรรมเกี่ยวกับคน ได้แก่ การดึงดูดคนเก่งและดี การพัฒนาคน การติดตามความก้าวหน้าของคน และการดึงคนมีความรู้ความสามารถไว้ในองค์การ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการความรู้
        O การจัดการความรู้เป็นเรื่องของการเพิ่มประสิทธิผลขององค์การ การจัดการความรู้เกิดขึ้นเพราะมีความเชื่อว่าจะช่วยสร้างความมีชีวิตชีวาและความสำเร็จให้แก่องค์การ การประเมิน "ต้นทุนทางปัญญา" (intellectual capital) และผลสำเร็จของการประยุกต์ใช้การจัดการความรู้ เป็นดัชนีบอกว่าองค์การมีการจัดการความรู้อย่างได้ผลหรือไม่

การจัดการองค์ความรู้ของ Node -แม่ฮ่องสอน

              ตามแผนงานปี 2546 Node-แม่ฮ่องสอน จะจัดการองค์ความรู้ในระดับฐานงานโครงการ ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ในการพัฒนาจังหวัด และศักยภาพของพื้นที่ ใน 2 ประเด็นได้แก่ เกษตรกรรมยั่งยืน และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ นอกจากนี้ยังเป็นการจัดการองค์ความรู้ในระดับพื้นที่อำเภอ 1 อำเภอคือ อำเภอปางมะผ้า ซึ่งจะเชื่อมสู่การนำองค์ความรู้จากชุดโครงการที่อาจเกี่ยวข้องกับ สกว.กลาง เช่น ชุดโครงการความหลากหลายทางชีวภาพ (BRT) มาใช้ประโยชน์ร่วมด้วย มีกรอบความคิดในการจัดการความรู้ ดังภาพ

                

การจัดการองค์ความรู้เชิงประเด็น

               การกำหนดเป้าหมายการจัดการองค์ความรู้ของจังหวัดแม่ฮ่องสอนนั้น จะพิจารณาคัดเลือก "เชิงประเด็น" เป็นอันดับแรก โดยจะวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหาของจังหวัดเป็นหลัก และศึกษาวิเคราะห์ยุทธศาสตร์ของจังหวัดเป็นองค์ประกอบด้วยว่า สอดคล้องหรือไม่ เนื่องจากหวังว่าจะเกิดการมีส่วนร่วมของภาครัฐด้วย ที่สำคัญอีกปัจจัยหนึ่งคือมีฐานโครงการวิจัยของสกว.ในจังหวัดพอสมควร พบว่า ประเด็นที่จะจัดการความรู้ในช่วงแรกนี้มี 2 ประเด็นคือ "เกษตรกรรมยั่งยืน" และ "การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ"
              ด้วยจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีงานวิจัยของสกว.หลายโครงการ แต่ปัญหามีว่า เมื่อโครงการสิ้นสุดลงแล้ว ไม่มีการนำองค์ความรู้ที่ได้จากผลงานวิจัย ไปใช้ประโยชน์ในระดับจังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานวิจัยชุดความหลายหลายทางชีวภาพ ดังนั้นจึงเกิดเป้าหมายร่วม ในการ "จัดการองค์ความรู้เชิงพื้นที่ " ขึ้น โดยได้เลือกเอา อำเภอปางมะผ้า เป็นอำเภอนำร่อง

ประเด็นการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

              ที่ได้เลือกประเด็นนี้ในการจัดการองค์ความรู้มีเหตุผล ดังนี้
              - เป็นประเด็นที่เป็นนโยบายของจังหวัด ที่มีการท่องเที่ยวเป็นรายได้หลัก และมีแนวโน้มว่าจะเกิดปัญหา ผลกระทบในอนาคต หากมีการจัดการที่ไม่ดี ทั้งด้านแหล่งท่องเที่ยว ด้านวัฒนธรรม การด้านแบ่งปันผลประโยชน์ เป็นต้น
              - เป็นประเด็นที่มีฐานงานวิจัยของ สกว.อยู่หลายโครงการ ที่ได้ดำเนินโครงการเสร็จสิ้นไปแล้ว เช่น โครงการวิจัยเพื่อท้องถิ่น จำนวน 3 โครงการ โครงการชุด BRT จำนวน 7 โครงการ

              กิจกรรมในการจัดการองค์ความรู้จะเริ่มจาก การรวบรวมสังเคราะห์ องค์ความรู้จากงานวิจัย สู่ส่วนเวทีนโยบายระดับต่าง ๆ โดยใช้ "เวที" เป็นกลไกในการสื่อสารข้อมูล หลังจากที่มีการรวบรวม/ สังเคราะห์ข้อมูลแล้ว โดยมีทั้งเวทีปกติ ที่จัดโดยส่วนต่าง ๆ และเวที ที่หน่วยจัดการองค์ความรู้ (Node- แม่ฮ่องสอน) จัดขึ้นเอง

              การดำเนินงานในช่วงเริ่มต้นมีการเคลื่อนงานใน 2 ฐาน ที่ค่อนข้างชัดเจน ได้แก่
              1) การเคลื่อนงานในฐานงานด้านยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด โดยได้พยายามเข้าไปมีส่วนร่วมในการจัดกระบวนการในการทบทวนปรับยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด นำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวข้องและดึงการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชนให้เข้าไปมีบทบาทในการแสดงข้อคิดเห็นต่อแนวทางการพัฒนาจังหวัด ในประเด็นการพัฒนาจังหวัดแม่ฮ่องสอนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
              2) ฐานงานวิจัยจากสกว. ได้แก่การจัดเวทีนำเสนอผลงานวิจัยเพื่อให้เกิดการนำไปใช้ประโยชน์ในระดับต่างๆ/ในวงที่กว้างขึ้น ซึ่งในกระบวนการนี้ได้มีทีม สกว.ภาค เข้ามาช่วยในการสังเคราะห์งานวิจัยเพื่อนำองค์ความรู้ที่เกิดขึ้น ไปเป็นฐานการเคลื่อนงานในเชิงนโยบายให้ชัดเจนขึ้น

การเชื่อมโยงกับเครือข่ายที่เป็นกลไกในการจัดการองค์ความรู้

               ในระยะที่ผ่านมายังไม่การเชื่อมโยงกับส่วนอื่นที่เป็นรูปธรรมชัดเจน แต่ได้มีการประสานงานร่วมกับส่วนต่างๆ ดังนี้
1. เครือข่ายด้านงานพัฒนา ได้แก่
              - ฝ่ายงาน CBT (Community Base Tourism) ของโครงการฟื้นฟูชีวิตและวัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน
              - กลุ่มองค์กรชุมชนที่เคลื่อนงานภายใต้การสนับสนุนของ CBT และงานต่อเนื่องจากโครงการวิจัยของ BRT
2. เครือข่ายด้านงานวิจัย
              - ทีมงานสังเคราะห์งานวิจัยการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ สกว.ภาค
3. เครือข่ายงานด้านนโยบาย
              - กลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด สำนักงานจังหวัดแม่ฮ่องสอน

แนวทางในการดำเนินงานช่วงต่อไป
              จากการดำเนินงานในช่วงแรกจะเห็นได้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นการเคลื่อนงานที่เป็นประเด็นเหนือระดับชุมชน โดยเน้นงานในเชิงนโยบายเป็นหลัก แต่ว่าข้อมูลในระดับฐานชุมชนยังไม่ค่อยมี ดังนั้นในช่วงต่อไปจะเป็นการเน้นการเคลื่อนงานในระดับชุมชนเพื่อ รวบรวมความรู้ ที่มีอยู่ในชุมชน ทั้งจากฐานงานวิจัย และงานพัฒนาต่างๆ โดยมีเป้าหมาย
              - เพื่อการแสวงหาและพัฒนาโครงการวิจัยในรูปแบบของการถอดองค์ความรู้ การจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชน และการจัดการทรัพยากรที่เป็นฐาน/ต้นทุนในการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
              - การรวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำ Social Mapping ในประเด็นการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ถึง
ปัจจุบันข้อมูลต่างๆที่มีอยู่เป็นข้อมูลที่ประมวลจากเวทีต่างๆที่ได้มีการจัดในจังหวัดแม่ฮ่องสอน สิ่งที่ยังขาดคือข้อมูลจากกลุ่มองค์กร หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นแนวทางที่จะได้ดำเนินการประสานงานในช่วงต่อไปเพื่อให้ได้ข้อมูลที่สมบูรณ์มากขึ้น

ประเด็นการเกษตรกรรมยั่งยืน

              ในประเด็นนี้ งานจัดการองค์ความรู้แทบจะเป็นเนื้องานเดียวกันกับงาน "โครงการสังเคราะห์งานวิจัยเกษตรกรรมยั่งยืนภาคเหนือ" เพราะในงานดังกล่าวได้เลือกเอาจังหวัดแม่ฮ่องสอน และอำเภอขุนยวมเป็นพื้นที่นำร่องในระดับจังหวัดและอำเภอ

กลไกการจัดการเพื่อขับเคลื่อนเกษตรยั่งยืนอำเภอขุนยวม และจังหวัดแม่ฮ่องสอน

              ระดับอำเภอ (อ.ขุนยวม)
แนวคิด/ หลักการพื้นฐาน
              1) ไม่สร้างองค์กร/ กลไก ใหม่ แต่จะใช้กลไกเดิมที่มีการรวมตัวกันอยู่แล้วในพื้นที่
              2) เป็นการรวมตัวกันหลวม ๆ ไม่มีโครงสร้าง แต่จะต้องมี ตัวคน จากภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมในกลไกที่กำหนด
              3) ไม่เป็นภาระงานใหม่สำหรับคนทำงานเดิม ที่มีงานการขับเคลื่อน หลายประเด็นในระดับท้องถิ่นอยู่แล้ว แต่ เป็นกลไกที่ช่วยเสริม สนับสนุน การทำงานเดิมให้ชัดเจนร่วมกันมากขึ้น
              เน้นการรับรู้ข่าวสารซึ่งกันและกัน ของคนทำงานด้านนี้ ในเชิง "บูรณาการโครงการ" เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนโดยเฉพาะกับชุมชนที่เกี่ยวข้อง

               ระดับจังหวัด (จ.แม่ฮ่องสอน)
กลไกการจัดการในระดับจังหวัด
              มีกลไกการจัดการ คือ "เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก จ.แม่ฮ่องสอน" ซึ่งได้ก่อตั้งเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2546 ผ่านเวที "กลไกการจัดการและเชื่อมโยงเครือข่ายเกษตรกรรมยั่งยืน จ.แม่ฮ่องสอน" มีการบริหารจัดการในรูปของคณะกรรมการ มีการประชุมคณะกรรมการ รวม 3 ครั้ง โดยมีรายนามคณะกรรมการดังนี้

ประธาน                  นางสาวสุดานี คำดี               ติดต่อ โทร. 0-9557-5420 , 0-5361-2534
รองประธาน
                               1. นายวัลลภ สุวรรณอาภา     ติดต่อ โทร. 0-1950-9754
                               2. นายบุญสุข เตือนชวัลย์
เลขานุการ             นายยรรยง ยาดี                    ติดต่อ โทร. 0-9262-2282
ผู้ช่วยเลขานุการ   นายศรัณ คงแดง                  ติดต่อ โทร. 0-5368-1285
เหรัญญิก               นายรส สังข์สุทธิ์
ผู้ช่วยเหรัญญิก     นางจันศรี สุธรรม                 ติดต่อ โทร. 0-5361-3106
ประชาสัมพันธ์       อาจารย์เกรียงศักดิ์ คำหอม   ติดต่อ โทร. 0-61896968 , 0-5369-8149
ที่ปรึกษา                1. นางสาวอรุณี เวียงแสง      ศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น จ.แม่ฮ่องสอน
โทร. 053-614165 หรือ 09-8503389
                               2. นายสมชัย แซ่ตั๊น             ศูนย์ส่งเสริมการศึกษาเพื่อการพัฒนา
บ้านหนองป่าก่อ อ.ขุนยวม
                               3. นายไมตรี นันต๊ะจันทร์      สำนักงานเกษตรและสหกรณ์ จ.แม่ฮ่องสอน
สมาชิกแรกตั้งจากทุกอำเภอ ๆ ละ 3 คน หรือมากกว่านั้น ดังนี้
อำเภอปาย
              1. นายยรรยง ยาดี                             2. นายเกรียงศักดิ์ คำหอม
              3. นายนิเวศ แสงน้อย
อำเภอเมือง
              1. นางสุดานี คำดี                              2. นายอำพล เพียรสะอาด
              3. นายบุญเชิด อุดหนุนเผ่าพงษ์          4. นางจันศรี สุธรรม
อำเภอขุนยวม
              1. นายไพศาล ญาติศรี                       2. นายสุวิทย์ วารินทร์
              3. นายบุญสุข เตือนชวัลย์                   4. นายวัลลภ สุวรรณอาภา
              5. นางสุพิณ เกษม
อำเภอแม่สะเรียง
              1. อาจารย์ศรัณ คงแดง                     2. นายศรายุทธ วงศ์คำ
              3. นางจันทร์เพ็ญ คงแดง
อำเภอปางมะผ้า
              1. นายเสือ สร้างสันติ                        2. นายสมยศ ภัคดี
อำเภอสบเมย
              1. นายชูชัย ศรัทธาธรรม

การจัดการองค์ความรู้เชิงพื้นที่ (อำเภอปางมะผ้า)
              สรุปแนวคิดการจัดการองค์ความรู้อำเภอปางมะผ้า

                  

บทบาทของ Node ในช่วงต่อไป
              - ร่วมติดตามโครงการที่ได้รับการอนุมัติ ในฐานะที่ปรึกษาโครงการ
              - ประสานงานกับ ฝ่าย 4 สกว. เพื่อกำหนดบทบาท ต่อโครงการวิจัย

 

      เอกสารเผยแพร่



หน้าแรก

ศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นจังหวัดแม่ฮ่องสอน
ห้องราชธรรมพิทักษ์ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน 58000
Tel / Fax: 0-5361-4165, 0-6922-5539 E-mail : m_thananchai@hotmail.com